chonticha's profileSpace ของ chontichaPhotosBlogGuestbookMore ![]() | Help |
Space ของ chontichaขอบคุณทุกคนที่เข้ามาน่ะค้ะถึงเเม้จาไม่ได้อ่านนิทานของเราก็ไม่เป็นขอบคุนที่เข้ามาขอบคุณ ^_______^ (แต่ก้ออยากให้อ่านน่ะช่วยอ่านหน่อยซิ) เราเข้าใจว่ามันยาวแต่ทุกเรื่องที่เอามาลงเป็นนิทานที่เราประทับใจรวมๆมาจากหลายที่ต้องขอโทดคนแต่งด้วยน่ะเพราะเราเอามาลงโดยไม่ได้รับอนุญาติ นี่hi5ของเราน่ะ http://www.chontichachon.hi5.com
|
|||||||||||||
|
|
02 November นิทาน ความรัก(อ่านแล้วช่วยกันคิดตอนจบด้วยน่ะ)นานมาแล้ว.......มีเรื่องเล่าระหว่างหญิงสาวและชายหนุ่มผู้ซึ่งรักกันมากและสาบานว่า แม้ความตายก็มิอาจจะพรากรักอันแสนจะมั่นคงนี้ลงได้ และในครั้งนั้นยังมีแม่มดตนหนึ่งผู้ซึ่งไม่เชื่อว่าความรักของทั้งสองจะมั่นคง จึงคิดหาทางพิสูจน์ขึ้นมา นางกล่าวว่า........ "หากพวกเจ้ามั่นใจในรักของอีกฝ่าย ซึ่งยั่งยืนแม้ว่าความตายจะพราก ข้าก็อยากจะลองดูว่ามันจะเป็นอย่างไร.. ข้าขอสาปให้นับแต่นี้เป็นต้นไป ไม่ว่าจะเกิดใหม่อีกสักกี่ชาติ บุรุษนี้จะไม่มีทางจำเจ้าได้ เขาจะไม่สามารถจำได้ว่าเคยรักเจ้า และตรงกันข้ามกับเจ้าเจ้าจะเป็นคนที่จำทุกอย่างได้ เพราะเจ้าจะยังคงอยู่เช่นนี้ตลอดไปไม่แก่ไม่เฒ่าไม่มีวันตายจะอยู่อย่างนี้นิรันดร....เจ้าจะจำเวลาที่เคยรักเขา เคยเป็นที่รักและต้องเฝ้ารอการกลับมาของเขาในชาติแล้วชาติเล่าตลอดกาล...... วันใดก็ตามที่เจ้าทำให้เขารู้ตัวว่ารักเจ้า ทำให้เขาจำเจ้าได้ วันนั้น...คือวันที่ความเป็นนิรันดร์ของเจ้าสิ้นสุดลง เจ้าจะแก่และตายตามสภาพของอายุขัยที่ควรเป็น.....และคราวนี้ก็จะเป็นทีของเจ้าหนุ่มนั่นแทน...เขาจะต้องเป็นคนที่ค้นหาเจ้าบ้าง......." หลังจากนั้นมาปีแล้วปีเล่าเวลาผ่านไปศตวรรษทบศตวรรษที่หญิงสาวเฝ้าตามหาชายหนุ่มคนรัก และทุกครั้งที่เธอได้พบเขาในสภาพของใครคนหนึ่งที่ไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับเธอเลยแม้แต่น้อย....เธอพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้เขาจำเธอได้ แต่มันก็ไม่เคยสำเร็จชาติแล้วชาติเล่า.... หลังจากการเกิดและดับของเขาผ่านไปนับสิบครั้ง เขาก็ยังไม่อาจระลึกได้ถึงความรักของเธอ ความทุกข์ทรมานของหญิงสาวถูกเฝ้าดูอย่างเยาะเย้ย โดยนางแม่มดผู้รอคอยเวลาที่หญิงสาวจะยอมรับว่า...รักแท้ที่แม้ความตายก็ไม่อาจพรากนั้นไม่มีจริง...แล้วนางแม่มดก็ต้องประหลาดใจ เมื่อพบว่าในช่วงหลังๆ มาหญิงสาวไม่ได้พยายามที่จะทำให้ชายหนุ่มระลึกถึงตน ไม่พยายามให้ชายหนุ่มรักตน...แต่กลับทำทุกอย่างที่คิดว่าจะทำให้เขามีความสุข และทำให้เขาเกิดรอยยิ้มแทน แล้ววันหนึ่งนางแม่มดก็เก็บความสงสัยเอาไว้ไม่ได้อีกต่อไป จึงปรากฎตัวเพื่อเอ่ยถามกับหญิงสาว "เจ้าได้ละทิ้งความพยายามของเจ้าเสียแล้วหรือ...ความพยายามที่จะพิสูจน์ให้ข้าได้เห็นอำนาจและพลังของรักแท้ที่เหนือกว่าอำนาจใดๆแม้กระทั่งคำสาปของข้า" "จริงๆแล้วข้ามีเหตุผลของข้า" หญิงสาวตอบนางแม่มดกลับไป "ข้าไม่ได้ละทิ้งความพยายามเพียงแต่ ข้ากลัวว่า...หากความพยายามของข้าสัมฤทธิ์ผล....แล้ว...." "แล้วเจ้าก็ต้องแก่และตาย เจ้ากลัวจะสูญเสียความเป็นอมตะของเจ้า เฮอะ นี่หรือรักแท้ของเจ้า" หญิงสาวไม่ปฏิเสธ นางเผชิญหน้ากับนางแม่มดและรับคำกล่าวหานั้น "อาจใช่ มันเป็นความจริงที่ข้ากลัวว่า หากข้าทำให้เขาจำข้าและรักข้าได้ ข้าจะต้องตายจากเขาไป" "และเจ้าก็ไม่เชื่อใจว่า เขาจะทำให้เจ้าจำเขาได้เช่นนั้นหรือ?" หญิงสาวจ้องหน้าแม่มดนิ่ง ก่อนจะตอบออกไป "สิ่งที่ข้าเกรงไม่ใช่เรื่องนั้น ท่านรู้อะไรไหม....ตลอดเวลาอันยาวนานที่ข้าเฝ้าเดินทางตามหาเขา เฝ้ารอคอยวันแล้ววันเล่า รอวันที่เขาจะกลับมาหาข้าอีกครั้ง ตลอดเวลาที่ข้าเฝ้ามองการเกิดและการตายของเขา มันคือความทรมานอันยาวนานที่ดูเหมือนไม่มีที่สิ้นสุด.... และสำหรับข้าความทุกข์อันแสนสาหัส คือ การได้เห็นความทรมานของผู้เป็นที่รัก โดยที่เราไม่อาจยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือได้.........หลายครั้งที่ข้าอยากให้ตัวข้าเห็นแก่ตัว พอที่จะพยายามทำให้เขารัก ทำให้เขาระลึกถึงข้าได้อีกครั้ง เพื่อที่ข้าจะได้เป็นอิสระต่อการพันธนาการนี้ แตทุกครั้งที่ข้าคิดถึงมัน.......ความทุกข์ทรมานที่ข้าได้รับเนื่องจากการรอคอยที่ไม่มีวันจบสิ้นก็ทำให้ข้าคิดได้ ว่า....ข้าไม่อาจให้เขาต้องแบกรับความรู้สึกทรมานเช่นที่ข้าได้รู้สึก สิ่งเดียวที่ข้าจะทำคือ ข้าจะทำให้เวลาของเขามีแต่ความสุขเท่าที่พลังของข้าจะทำได้ ข้าอาจไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเขาก็จริง แต่ข้าก็ยังอยากเห็น รอยยิ้มของเขา...ข้าอาจเป็นคนอ่อนแอในสายตาของท่าน อย่างไรก็ตาม นี่ก็คือความรักของข้า คือสิ่งที่ข้าเป็น... แม้ชีวิตของข้าจะต้องเดียวดายตลอดกาล แต่ข้าก็มั่นใจอยู่อย่างหนึ่งว่า คนที่ข้ารักจะไม่มีวันเดียวดายเช่นตัวข้า เพราะเขาจะมีข้าข้างกายเขาชั่วนิรันดร์...." นิทาน แห่งความรักกาลละครั้งหนึ่งนานมาแล้วมีเกาะอยู่ เกาะนึงซึ่งเกาะนั้นเป็นที่รวมอยู่ของความรู้สึกทั้งหมดไว้ด้วยกัน นิทาน ต้นเเอบเปิ้ลนานมาแล้ว มีต้นแอปเปิ้ลใหญ่อยู่ต้นนึง และก็มีเด็กผู้ชายตัวเล็กๆ คนนึง ชอบเข้ามาอยู่ใกล้ๆและเล่นรอบๆต้นไม้นี้ทุกๆวัน เขาปีนขึ้นไปบนยอดของต้นไม้ และก็กินผลแอปเปิ้ล และก็นอนหลับไปภายใต้ร่มเงาของต้นแอปเปิ้ล เขารักต้นไม้ และต้นไม้ก็รักเขา เวลาผ่านไป เด็กน้อยโตขึ้น และเขาไม่มาวิ่งเล่นรอบๆต้นไม้ทุกวันอีกแล้ว วันหนึ่ง เด็กน้อย กลับมาหาต้นไม้ เด็กน้อยดูเศร้า "มาหาฉัน และมาเล่นกับฉันเหรอ" ต้นไม้ถาม "ฉันไม่ใช่เด็กเล็กๆแล้วนะ ฉันไม่อยากเล่นรอบๆต้นไม้อีกแล้ว ฉันต้องการของเล่น ฉันอยากได้เงินไปซื้อของเล่น" เด็กน้อยตอบ "ฉันไม่มีเงินจะให้ .............เก็บลูกแอปเปิ้ลของฉันไปขายสิ เพื่อเอาเงินไปซื้อของเล่น " ต้นไม้ตอบ เด็กน้อยตื่นเต้นมาก เขาเก็บลูกแอปเปิ้ลไปหมด และจากไปอย่างมีความสุข หลังจากเขาเก็บแอปเปิลไปหมดแล้ว เขาไม่กลับมาหาต้นไม้อีกเลย ต้นไม้ดูเศร้า...... วันหนึ่ง เด็กน้อยกลับมา เขาดูโตขึ้น ต้นไม้รู้สึกตื่นเต้นมาก "มาหาฉัน และมาเล่นกับฉันเหรอ" ต้นไม้ถาม "ฉันไม่มีเวลามาเล่นหรอก ฉันมีครอบครัวแล้ว ฉันต้องทำงานเพื่อครอบครัวของฉันเอง เราต้องการบ้าน ช่วยฉันได้ไหม" "ฉันไม่มีบ้านจะให้ แต่... ตัดกิ่งก้านของฉันไปสิ .............เอาไปสร้างบ้าน" ดังนั้นเด็กน้อยตัดกิ่งก้านทั้งหมดของต้นไม้ไป และจากไปอย่างมีความสุข อีกครั้งที่ต้นไม้ถูกทิ้งให้เดียวดาย และเศร้า.... วันหนึ่งในฤดูร้อน เด็กน้อยกลับมา ต้นไม้ดีใจมาก "มาหาฉัน และมาเล่นกับฉันเหรอ" ต้นไม้ถาม "เปล่า ฉันรู้สึกผิดหวังกับชีวิต และเริ่มแก่ขึ้น ฉันอยากแล่นเรือไปพักผ่อนไกลๆ ให้เรือฉันได้ไหม" "ใช้ลำต้นของฉันได้ เอาไปสร้างเรือ เพื่อเธอจะได้เล่นเรือไปและมีความสุข" ต้นไม้ตอบ ดังนั้น เด็กน้อยตัดลำต้นของต้นไม้ไปสร้างเรือ เขาล่องเรือไป และไม่เคยกลับมาอีกเลย หลายปีผ่านไป ในที่สุดเด็กน้อยกลับมา คราวนี้เขาดูแก่ลงไปมาก "ฉันเสียใจ ฉันไม่เหลืออะไรจะให้อีกแล้ว ไม่มีผลแอปเปิ้ลให้ .............ฉันไม่มีลำต้นให้ปีนอีกแล้ว" "ฉันไม่มีฟันจะกินแล้ว ฉันปีนไม่ไหว และฉันก็แก่แล้ว" เด็กน้อยตอบ "ฉันไม่มีอะไรเหลือให้อีกแล้ว สิ่งเดียวที่เหลือ มีเพียงรากที่กำลังจะตาย" "ตอนนี้ฉันไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว แค่อยากได้ที่พักพิง ฉันเหนื่อยมาหลายปีแล้ว" "รากของต้นไม้แก่ๆ จะเป็นที่พักพิงของหนูได้ ...... มาสิ นั่งลงข้างๆฉัน ............หลับให้สบาย....." เด็กน้อยนั่งลงข้างๆ ต้นไม้ดีใจ ยิ้ม...และน้ำตาไหล........ ทำไมเวลาที่ฝนตกเรามันคิดถึงคนที่เรารัก ?ทำไมเวลาที่ฝนตก เรามักจะคิดถึงคนที่เรารัก เราผูกพัน เมื่อก่อนนี้ ท้องฟ้า แผ่นดิน และผืนน้ำ เป็นเพื่อนรักกัน จนถึงวันที่มีนกตัวแรกออกโบยบิน แผ่นดินและผืนน้ำจึงได้รู้ว่าท้องฟ้าได้จากไปไกลแสนไกล แผ่นดินและผืนน้ำพยายามส่งเสียงเรียกท้องฟ้า แต่ท้องฟ้าอยู่ไกลมาก เลยไม่ได้ยิน นกตัวนั้นจึงอาสาที่จะไปบอกกับท้องฟ้า นกก็บินขึ้นสูง สูงขึ้น สูงขึ้น และส่งเสียงเรียก แต่เสียงนกนั้นเบาเกินไป ไปไม่ถึงท้องฟ้า แต่นกก็สัญญาว่า ต่อไปนี้นกทุกตัวจะบินขึ้นสู่ท้องฟ้า เพื่อนำข่าวจากแผ่นดินและผืนน้ำไปบอก ผืนน้ำและแผ่นดินรู้สึกเศร้าใจที่เพื่อนได้ห่างออกไปไกล และคิดถึงเพื่อนเหลือเกิน ผืนน้ำพยายามที่จะม้วนตัวเป็นเกลียวคลื่นครั้งแล้วครั้งเล่า พระอาทิตย์ซึ่งเฝ้ามองดูเหตุการณ์มาโดยตลอด ท้องฟ้าได้รับรู้เรื่องราว ก็รู้สึกเสียใจ แต่ก็กลับลงไปไม่ได้ ก้อนเมฆก็ตอบว่า "อยู่บนนี้นานๆก็เหงาเหมือนกัน บางทีก็อยากกลับลงไปข้างล่างบ้าง" ท้องฟ้าเลยบอกว่า "ฉันก็เหงาเหมือนกัน แต่ว่าฉันกลับลงไปไม่ได้ แต่เจ้าลงไปได้นี่ ถ้าอย่างนั้นฉันจะส่งเจ้ากลับลงไป และความคิดถึงของฉันก็หนักมากพอที่จะส่งพวกเจ้าลงไปหมดทั้งท้องฟ้า" จากนั้นก้อนเมฆทั้งหมดก็รวมตัวกัน และรวมเข้ากับความคิดถึงอันมากมายของท้องฟ้า แล้วตกลงมาเป็นหยาดฝน ส่งผ่านความรัก ความคิดถึงมายังแผ่นดินและผืนน้ำ จึงไม่แปลก ถ้าเมื่อใดที่ฝนตก แล้วเราจะรู้สึกคิดถึงคนที่เรารัก นิทาน ดวงดาวในคืนเดือนมืดที่เหน็บหนาว
ก้อนหินรู้สึกว่าตัวเองเดียวดายเหลือเกิน จะมีก็แต่ดวงดาวที่คอยอยู่เป็นเพื่อน และให้กำลังใจก้อนหินตลอดมา ทุกครั้งที่ได้พูดคุยกับดวงดาวเพื่อปรับทุกข์ ดวงดาวจะรับฟังอย่างเต็มใจ ดวงดาวยินดีที่จะอยู่เป็นเพื่อนก้อนหินทุกเวลา แต่แสงสว่างของดวงดาวมีน้อยนิด เลยไม่อาจดึงความสนใจของก้อนหิน ให้อยู่กับดวงดาวได้ตลอดไป ในวันที่แสงจันทร์สาดส่องไปทั่วท้องฟ้า เป็นคืนที่ก้อนหินดูสวยงามที่สุด ความเศร้า ความเหงา ความหม่นหมอง ในก้อนหินได้จางหายไป ก้อนหินเพลิดเพลินไปกับแสงจันทร์ โดยที่ก้อนหินไม่ๆได้สังเกตเลยว่า... ได้หลงลืมบางสิ่ง บางอย่างไป ใช่...ดวงดาวหายไปในคืนที่จันทร์เต็มดวง แต่...ก้อนหินไม่เคยสังเกตเห็น กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็ในวันที่แสงจันทร์จากไป แต่ก้อนหินก็เดียวดายได้ไม่นาน ดวงดาวก็ปรากฏตัว และพร้อมที่จะอยู่เคียงข้างก้อนหินเสมอ และด้วยความเคยชินเช่นนี้ ก้อนหินเลยไม่เคยมองเห็นว่าดวงดาวมีค่า มีความสำคัญต่อตนอย่างไร ดวงดาวก็ยังเป็นดวงดาวที่พร้อมจะเคียงข้างก้อนหินเสมอ แม้ก้อนหินจะไม่เคยเหลียวแล ก็เพราะดวงดาวสุขใจที่จะเป็นผู้ให้ ให้คนที่รักมีความสุข ไม่เคยโกรธเคืองก้อนหินแม้แต่น้อย เพราะรู้ดีว่าใครๆก็ต่างต้องการที่จะเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตนเอง เพียงแค่อยากให้ก้อนหินรู้ว่า เวลาที่ก้อนหินไม่มีใครก้อนหินยังมีดวงดาวเสมอ จะอยู่ตรงนี้ตลอดไป.... เเล้วคุณคิดว่าตัวเองเป็นใคร ดวงดาว...รึ ก้อนหิน...
|
||||||||||||
|
|